เปิดร้านอาหารต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง: สถานที่จำหน่ายอาหาร ป้าย เพลง และการต่ออายุ
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทุ่มงบหลักแสนไปกับการตกแต่งร้านและพัฒนาสูตรอาหาร แต่กลับมารู้ตัวอีกทีว่ายังไม่มี "หนังสือรับรองการแจ้ง" ก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เขตมาตรวจหลังเปิดร้านไปแล้ว ปัญหาคือเอกสารราชการของร้านอาหารไม่ได้มีใบเดียว และแต่ละใบยื่นคนละหน่วยงาน คนละช่วงเวลา บทความนี้รวบรวมใบอนุญาตและภาระทางทะเบียนทั้งหมดที่ร้านอาหารในไทยต้องจัดการ พร้อมค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย ลำดับการยื่นที่ควรทำจริง และปฏิทินต่ออายุรายปี
ก่อนลงรายละเอียด ขอย้ำหลักคิดสั้น ๆ: ใบอนุญาตส่วนใหญ่ "ขอก่อนเปิด" ไม่ใช่ "เปิดก่อนแล้วค่อยขอ" เพราะหลายฉบับมีโทษอาญากำกับ ส่วนเรื่องระบบงานอื่น ๆ อย่างการรับจองโต๊ะ เป็นสิ่งที่เตรียมคู่ขนานได้เลยโดยไม่ต้องรอใบอนุญาต เช่น เปิดใช้ระบบรับจองโต๊ะออนไลน์ที่ใช้ฟรีและไม่มีค่าคอมมิชชันให้พร้อมรับลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่ร้านเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สรุปภาพรวม: ใบไหน "ทุกร้านต้องมี" ใบไหน "เฉพาะบางร้าน"
| เอกสาร | ใครต้องมี | ยื่นที่ไหน |
|---|---|---|
| หนังสือรับรองการแจ้ง หรือ ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร | ทุกร้านที่มีหน้าร้าน | สำนักงานเขต / เทศบาล / อบต. |
| วุฒิบัตรอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร | ทุกร้าน | หน่วยจัดอบรมที่ได้รับการรับรอง |
| ทะเบียนพาณิชย์ หรือ จดทะเบียนบริษัท | ทุกร้าน | เขต/เทศบาล (บุคคลธรรมดา) หรือ DBD (นิติบุคคล) |
| ภาษีป้าย | ร้านที่มีป้ายชื่อหน้าร้าน | หน่วยงานท้องถิ่นเดียวกับข้อแรก |
| ค่าลิขสิทธิ์เพลง | ร้านที่เปิดเพลงในร้าน | บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (CMO) |
| ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 | ร้านที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ | กรมสรรพสามิต |
| จด VAT (ภ.พ.20) | ร้านที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี | กรมสรรพากร |
สามแถวแรกคือขั้นต่ำของทุกร้าน ที่เหลือขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านของคุณ ลงรายละเอียดทีละใบ
1. สถานที่จำหน่ายอาหาร: เส้นแบ่งอยู่ที่ 200 ตารางเมตร
ใบสำคัญที่สุดของร้านอาหารมาจาก พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้ "สถานที่จำหน่ายอาหาร" ต้องแจ้งหรือขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเปิดดำเนินการ โดยแบ่งตามพื้นที่ร้าน
- พื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร: ใช้วิธี "แจ้ง" ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อรับ หนังสือรับรองการแจ้ง ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี
- พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร: ต้องขอ ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร เต็มรูปแบบ มีการตรวจสถานที่ก่อนอนุมัติ ค่าธรรมเนียมเพดานไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี
ค่าธรรมเนียมจริงแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน เพราะกฎหมายให้ท้องถิ่นออกข้อบัญญัติกำหนดเองภายใต้เพดานดังกล่าว บางเทศบาลคิดตามขนาดพื้นที่ เช่น เริ่มที่ 200 บาทแล้วบวกเพิ่มตามตารางเมตร ดังนั้นตัวเลขที่แน่นอนต้องสอบถามสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ที่ร้านตั้งอยู่ หลายพื้นที่ยื่นออนไลน์ผ่าน Biz Portal ของภาครัฐ ได้แล้ว
จุดที่ผู้ประกอบการมักพลาดคือคิดว่าร้านเล็กไม่ต้องทำอะไร ความจริงคือการเปิดร้านพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตรโดยไม่มีหนังสือรับรองการแจ้ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท ส่วนร้านพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรที่เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต โทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท ตามมาตรา 72 ของ พ.ร.บ.การสาธารณสุข
ทั้งหนังสือรับรองการแจ้งและใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ต้องต่ออายุทุกปีก่อนหมดอายุ จดวันหมดอายุลงปฏิทินร้านไว้เลยตั้งแต่วันที่ได้รับ
2. การอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร: ข้อบังคับที่มากับใบแรก
กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 กำหนดให้ ผู้ประกอบกิจการ และ ผู้สัมผัสอาหารทุกคน (คนครัว คนเสิร์ฟ คนล้างจาน) ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมอนามัยรับรอง โดยหลักสูตรผู้ประกอบกิจการใช้เวลา 6 ชั่วโมง หลักสูตรผู้สัมผัสอาหาร 3 ชั่วโมง มีเกณฑ์สอบผ่านที่ 80% และต้องแสดงหลักฐานการผ่านอบรมไว้ที่ร้าน รายละเอียดดูได้จากสื่อประชาสัมพันธ์ของกรมอนามัย
ข้อนี้ไม่ใช่ทางเลือก เพราะเจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้เป็นเงื่อนไขประกอบการออกและต่ออายุใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้ง และเมื่อรับพนักงานใหม่เข้าครัว ก็ต้องส่งอบรมด้วยเช่นกัน กฎกระทรวงฉบับเดียวกันยังวางมาตรฐานสุขาภิบาลของตัวร้านไว้อีกหลายข้อ ตั้งแต่อุณหภูมิอาหาร การล้างภาชนะ ไปจนถึงการกำจัดขยะ ซึ่งเราสรุปไว้แยกต่างหากในเรื่องมาตรฐานสุขาภิบาลและการอบรมผู้สัมผัสอาหาร
3. ทะเบียนธุรกิจ: ทะเบียนพาณิชย์หรือบริษัท
ร้านอาหารต้องมีตัวตนทางทะเบียนอย่างใดอย่างหนึ่ง
- บุคคลธรรมดา: จดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลที่ร้านตั้งอยู่ ค่าธรรมเนียม 50 บาท ยื่นภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ
- นิติบุคคล: จดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เหมาะกับร้านที่มีผู้ร่วมลงทุนหลายคนหรือวางแผนขยายสาขา
ถ้ารายได้ของร้านเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่ารูปแบบไหนก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ เรื่องภาษีทั้งระบบของร้านอาหารมีรายละเอียดมากพอที่เราแยกไว้เป็นอีกบทความ ในที่นี้จำแค่เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทไว้ก่อน
4. ภาษีป้าย: ป้ายภาษาไทยล้วนถูกที่สุด
ป้ายชื่อร้านหน้าตึกเป็นทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 โดยคิดตามขนาดป้ายและ "ภาษาบนป้าย" อัตราตามกฎกระทรวงฉบับปัจจุบัน (ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร) โดยประมาณ
- ป้ายอักษรไทยล้วนแบบข้อความคงที่: 5 บาท
- ป้ายอักษรไทยปนภาษาต่างประเทศ หรือมีภาพ/เครื่องหมาย: 26 บาท
- ป้ายไม่มีอักษรไทย หรืออักษรไทยอยู่ต่ำกว่าภาษาต่างประเทศ: 50 บาท
- ป้ายไฟวิ่งหรือเปลี่ยนข้อความได้ คิดอัตราสูงกว่าแบบคงที่ และทุกกรณีมีภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย
แปลว่าการออกแบบป้ายมีผลต่อภาษีโดยตรง: ชื่อร้านภาษาอังกฤษตัวใหญ่เหนือชื่อไทยอาจทำให้ภาษีกระโดดขึ้น 10 เท่าเมื่อเทียบกับป้ายไทยล้วนขนาดเดียวกัน กำหนดการสำคัญคือยื่นแบบ ภ.ป.1 ต่อหน่วยงานท้องถิ่น ระหว่างเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคมของทุกปี และถ้าติดตั้งป้ายใหม่ระหว่างปี ต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันติดตั้ง ดูสรุปอัตราได้ที่ iTAX
5. ลิขสิทธิ์เพลง: เปิดเพลงในร้านไม่ฟรี
การเปิดเพลงในร้านอาหารถือเป็น "การเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อการค้า" ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ในทางปฏิบัติคือจ่ายค่าตอบแทนรายปีให้บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (CMO) เช่น บริษัทลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) หรือ MCT และรายอื่น ๆ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยแพร่ตารางอัตราค่าตอบแทนของแต่ละบริษัทไว้ให้ตรวจสอบ อัตราสำหรับร้านอาหารโดยทั่วไปอยู่ในหลักพันบาทต่อปีต่อสาขา ขึ้นอยู่กับค่ายเพลงและรูปแบบการใช้งาน
สองจุดที่ต้องระวัง
- เพลงคนละค่าย ต้องจ่ายคนละสัญญา ไม่มีใบเดียวที่ครอบคลุมเพลงทุกค่ายในไทย ก่อนจ่ายให้ตรวจว่าบริษัทที่มาเก็บมีสิทธิ์ในเพลงที่ร้านเปิดจริง
- บัญชีสตรีมมิงส่วนตัวไม่ใช่ใบอนุญาต แพ็กเกจผู้ใช้ทั่วไปของบริการสตรีมมิงระบุไว้ในเงื่อนไขว่าใช้ส่วนบุคคลเท่านั้น การเปิดในร้านยังต้องจ่ายค่าเผยแพร่แยก
การละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้ามีโทษปรับตั้งแต่หลักแสนจนถึง 800,000 บาท และอาจมีโทษจำคุก ทางที่ปลอดภัยและถูกกว่าคือจ่ายรายปีให้ถูกค่าย หรือเลือกใช้บริการเพลงสำหรับธุรกิจที่รวมสิทธิ์เผยแพร่มาแล้ว
6. โต๊ะบนทางเท้า: พื้นที่สาธารณะไม่ใช่พื้นที่ร้าน
การตั้งโต๊ะ เก้าอี้ หรือเตาปรุงอาหารบนทางเท้าและที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ผิดพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มีค่าปรับหลักพันบาทต่อครั้ง และกรุงเทพมหานครหลายเขตกวดขันจริงจัง ถ้าร้านอยากมีที่นั่งด้านนอก ให้ใช้พื้นที่ในแนวเขตที่ดินของร้านเอง ซึ่งนับรวมเป็นพื้นที่สถานที่จำหน่ายอาหารตามข้อ 1 หรือสอบถามเขตก่อนว่าจุดนั้นผ่อนผันได้หรือไม่ อย่าตั้งก่อนถามทีหลัง
7. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ใบอนุญาตแยกจากกรมสรรพสามิต
ร้านที่จะขายเบียร์ ไวน์ หรือสุรา ต้องมีใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 จากกรมสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมรายปี 2,200 บาทสำหรับผู้ประกอบการที่จด VAT และ 330 บาทสำหรับรายเล็กที่ไม่ได้จด VAT ตามตารางค่าธรรมเนียมของกรมสรรพสามิต และยังมีกติกาเรื่องเวลาขาย วันห้ามขาย และอายุผู้ซื้อที่ต้องปฏิบัติตามอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนแปลงหลายข้อในช่วงปีที่ผ่านมา เราแยกรายละเอียดทั้งหมดไว้ในเรื่องการขอใบอนุญาตขายสุราสำหรับร้านอาหาร
ลำดับการยื่นที่ควรทำจริง
เรียงตามเวลาที่ใช้และเงื่อนไขที่ผูกกัน
- ก่อนตกแต่งร้าน: เช็กกับเขต/เทศบาลว่าอาคารใช้เปิดร้านอาหารได้ (อาคารพาณิชย์ ไม่ใช่คอนโดที่อยู่อาศัย) และถามรายการเอกสารของท้องถิ่นนั้น
- ระหว่างตกแต่งร้าน: จดทะเบียนพาณิชย์หรือบริษัท สมัครอบรมผู้ประกอบกิจการ (6 ชั่วโมง) และทยอยส่งทีมครัว ทีมเสิร์ฟเข้าอบรมผู้สัมผัสอาหาร (3 ชั่วโมง)
- เมื่อร้านพร้อมตรวจ: ยื่นแจ้งหรือขอใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร พร้อมยื่นขอใบอนุญาตขายสุราถ้าขาย
- ก่อนติดป้าย: คำนวณภาษีป้ายจากแบบป้ายก่อนสั่งผลิต แล้วยื่น ภ.ป.1 ภายใน 15 วันหลังติดตั้ง
- ก่อนวันเปิด: เซ็นสัญญาลิขสิทธิ์เพลงให้ตรงค่ายที่จะเปิด และเตรียมช่องทางรับจองโต๊ะกับเมนูออนไลน์ให้พร้อมใช้งาน
ขั้นตอนธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากใบอนุญาต ตั้งแต่เลือกทำเล วางงบ ไปจนถึงวันเปิดร้าน เรารวมไว้ในคู่มือขั้นตอนเปิดร้านอาหารตั้งแต่ไอเดียจนถึงวันเปิดร้าน
ปฏิทินต่ออายุรายปี
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| มกราคมถึง 31 มีนาคม | ยื่นแบบภาษีป้าย ภ.ป.1 |
| ก่อนวันครบรอบที่ได้รับ | ต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้ง/ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร |
| ก่อนวันครบรอบที่ได้รับ | ต่ออายุใบอนุญาตขายสุรา (อายุ 1 ปี) |
| ตามรอบสัญญา | ต่อสัญญาค่าลิขสิทธิ์เพลงรายปี |
| เมื่อรับพนักงานใหม่ | ส่งอบรมผู้สัมผัสอาหารก่อนเริ่มงานในครัว |
ค่าใช้จ่ายรวมของเอกสารทั้งหมดสำหรับร้านเล็กทั่วไปมักอยู่แค่หลักพันบาทต่อปี ถูกกว่าค่าปรับครั้งเดียวหลายเท่า สิ่งที่แพงจริงคือการลืมต่ออายุ เพราะการดำเนินการต่อโดยเอกสารขาดอายุมีความเสี่ยงทางกฎหมายเท่ากับไม่เคยมี
คำถามที่พบบ่อย
ร้านเล็กไม่กี่โต๊ะต้องขอใบอนุญาตไหม
ต้อง ถ้ามีหน้าร้านที่ปรุงและจำหน่ายอาหารให้นั่งกิน ร้านพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตรใช้วิธีแจ้งเพื่อรับหนังสือรับรองการแจ้ง ซึ่งง่ายและถูกกว่าใบอนุญาตเต็มรูปแบบ แต่ไม่มีเลยไม่ได้ มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
ยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหารที่ไหน
ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร้านตั้งอยู่: ในกรุงเทพฯ คือสำนักงานเขต ต่างจังหวัดคือเทศบาลหรือ อบต. หลายพื้นที่รองรับการยื่นออนไลน์ผ่าน Biz Portal แล้ว ส่วนใบอนุญาตขายสุรายื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือระบบออนไลน์ของกรมสรรพสามิต
เปิดร้านไปก่อนแล้วค่อยขอใบอนุญาตทีหลังได้ไหม
ไม่ควรอย่างยิ่ง การเปิดสถานที่จำหน่ายอาหารโดยไม่มีหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก และประวัติการฝ่าฝืนอาจทำให้การขออนุญาตครั้งถัดไปยากขึ้น
เปิดเพลงจากบัญชีสตรีมมิงส่วนตัวในร้านได้ไหม
ไม่ได้ แพ็กเกจผู้ใช้ทั่วไปให้สิทธิ์ใช้ส่วนบุคคลเท่านั้น การเปิดในร้านเป็นการเผยแพร่เพื่อการค้า ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัทจัดเก็บที่ถือสิทธิ์เพลงนั้น หรือใช้บริการเพลงสำหรับธุรกิจที่รวมสิทธิ์เผยแพร่แล้ว
ใบอนุญาตร้านอาหารมีอายุกี่ปี
หนังสือรับรองการแจ้งและใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารมีอายุ 1 ปี เช่นเดียวกับใบอนุญาตขายสุรา ส่วนภาษีป้ายเป็นภาษีรายปีที่ต้องยื่นแบบภายใน 31 มีนาคมของทุกปี ทำปฏิทินต่ออายุไว้ตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้ไม่หลุดสักรายการ
อ่านเพิ่มเติม
บริหารลูกค้า Walk-in ให้ดี โดยไม่เสียลูกค้าที่จองล่วงหน้า
ร้านอาหารไทยคือประเทศของ walk-in แต่คืนที่โต๊ะจองนั่งว่างในขณะที่ลูกค้าหน้าร้านยืนรอ คือคืนที่ทุกฝ่ายไม่พอใจ บทความนี้รวมกติกาถือโต๊ะ สัดส่วนโต๊ะ และสคริปต์หน้างานที่ใช้ได้จริง
จัดการคิวหน้าร้านช่วงพีคอย่างไรให้ลูกค้าไม่หนี: วิธีรับมือคิวร้านอาหารฉบับใช้ได้จริง
คิวยาวคือข่าวดี แต่คิวที่จัดการไม่ดีคือลูกค้าที่เดินหนีไปร้านข้าง ๆ บทความนี้รวมวิธีบอกเวลารอ จิตวิทยาการรอ กติกา walk-in กับการจอง และการเปลี่ยนคิวที่ล้นให้เป็นการจองวันถัดไป
เทศกาลกินเจ: โอกาสยอดขายที่ร้านอาหารทั่วไปมักปล่อยผ่าน
ร้านอาหารทั่วไปไม่ต้องกลายเป็นร้านเจเพื่อขายช่วงกินเจ แค่มีเมนูเจจริงจัง 3 ถึง 5 อย่าง ติดป้ายอย่างซื่อสัตย์ และโปรโมตให้ทันเวลา 9 วันนี้ก็เปลี่ยนเป็นยอดขายได้