จ้างพนักงานร้านอาหาร: ค่าแรงขั้นต่ำ ประกันสังคม และกะงานที่ถูกกฎหมาย
วันที่ร้านเริ่มมีพนักงานคนแรกคือวันที่ผู้ประกอบการกลายเป็น "นายจ้าง" ตามกฎหมายเต็มตัว หน้าที่ชุดใหม่ตามมาทันที ทั้งค่าแรงขั้นต่ำที่ต่างกันตามจังหวัด การขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายในกำหนด ชั่วโมงทำงานและวันหยุดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไปจนถึงเงื่อนไขพิเศษเมื่อจ้างแรงงานต่างชาติหรือนักศึกษาพาร์ตไทม์ ข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่หลายที่ และหลายร้านมารู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกตรวจหรือถูกร้องเรียน
บทความนี้รวบทุกเรื่องพื้นฐานของการจ้างพนักงานร้านอาหารไว้ในที่เดียว ข้อมูล ณ ตุลาคม 2026 พร้อมมุมที่หลายร้านมองข้าม คือการจัดกะงานตามยอดจองจริงจากระบบจองโต๊ะออนไลน์ที่เปิดให้ใช้ฟรีแบบไม่เสียค่าคอมมิชชัน ซึ่งช่วยให้ต้นทุนแรงงานไม่บานปลายตั้งแต่ต้นทาง ส่วนผู้ที่ยังอยู่ขั้นเตรียมเปิดร้าน แนะนำให้อ่านภาพรวมขั้นตอนการเปิดร้านอาหารทั้งหมดประกอบกัน
ค่าแรงขั้นต่ำ: เช็กอัตราจังหวัดของคุณก่อนตั้งเงินเดือน
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของไทยกำหนดเป็นรายวันและต่างกันตามจังหวัด ฉบับที่ใช้บังคับอยู่คือประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2025 โดยอัตราทั่วประเทศอยู่ระหว่าง 337-400 บาทต่อวัน และยังไม่มีประกาศฉบับใหม่ออกมาแทน (ตารางสรุปรายจังหวัดฉบับอัปเดต)
จุดที่เกี่ยวกับร้านอาหารโดยตรง
- 400 บาทต่อวัน: กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่ร้านอาหารหนาแน่นที่สุดของประเทศ
- อัตราต่ำสุด 337 บาทต่อวัน: นราธิวาส ปัตตานี และยะลา
- จังหวัดอื่นอยู่ระหว่างสองค่านี้ และแบ่งเป็นหลายระดับ ก่อนกำหนดค่าแรงให้เปิดตารางแนบท้ายประกาศดูอัตราของจังหวัดตัวเองทุกครั้ง อย่าเดาจากจังหวัดข้างเคียง
ค่าแรงขั้นต่ำคิดจากวันทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมง ถ้าจ้างพาร์ตไทม์เป็นรายชั่วโมง ค่าจ้างต่อชั่วโมงต้องไม่ต่ำกว่าอัตรารายวันหารด้วย 8 เช่นในกรุงเทพฯ ต้องไม่ต่ำกว่า 50 บาทต่อชั่วโมง การจ่ายต่ำกว่าขั้นต่ำมีทั้งโทษอาญาและต้องจ่ายย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ย ความเสี่ยงไม่คุ้มส่วนต่างไม่กี่บาทแน่นอน
อีกเรื่องที่ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าคือค่าแรงขั้นต่ำมีแนวโน้มปรับขึ้นเกือบทุกปี กระทรวงแรงงานเริ่มกระบวนการทบทวนรอบถัดไปแล้ว งบค่าแรงของร้านจึงควรเผื่อการปรับขึ้นไว้เสมอ ไม่ใช่คิดจากตัวเลขวันนี้แบบตายตัว
ประกันสังคม: ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน และเพดานเงินสมทบใหม่
ทันทีที่มีลูกจ้างคนแรก แม้เพียงคนเดียว นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มจ้าง ทำได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือผ่านระบบออนไลน์ของ สปส. และเมื่อรับพนักงานใหม่เพิ่มก็ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันเช่นกัน
เงินสมทบคิดแบบนี้
- นายจ้างสมทบ 5% ของค่าจ้าง และหักจากค่าจ้างลูกจ้างอีก 5% นำส่งพร้อมกันภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีเพดาน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เพดานปรับจาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาทต่อเดือน เงินสมทบสูงสุดจึงอยู่ที่ฝ่ายละ 875 บาทต่อเดือน ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ Thai PBS รายงาน และจะทยอยปรับเป็น 20,000 บาทในช่วงปี 2029-2031
- พนักงานรายวันและพาร์ตไทม์ที่เป็นลูกจ้างของร้านก็ต้องขึ้นทะเบียนเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะพนักงานรายเดือน
สำหรับพนักงาน เงินสมทบนี้แลกกับสิทธิรักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีว่างงาน เจ็บป่วย คลอดบุตร และบำนาญชราภาพ การที่ร้านทำเรื่องประกันสังคมให้ครบจึงไม่ใช่แค่เลี่ยงโทษ แต่เป็นข้อได้เปรียบตอนแข่งหาพนักงานกับร้านอื่นด้วย เพราะแรงงานฝีมือดีเลือกร้านที่จ้างถูกกฎหมายก่อนเสมอ
ชั่วโมงทำงาน โอที และวันหยุดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับร้านอาหารทุกขนาด กติกาหลักที่ต้องรู้สรุปได้ตามนี้ อ้างอิงข้อมูลการคุ้มครองแรงงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เวลาทำงานและเวลาพัก
- เวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- ต้องจัดเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน หลังลูกจ้างทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง จะแบ่งพักเป็นช่วงก็ได้แต่รวมแล้วต้องไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
- กะแยกช่วงแบบร้านอาหาร เช่น เข้างานรอบเที่ยงแล้วพักยาวก่อนกลับมารอบเย็น ทำได้ ตราบใดที่ชั่วโมงทำงานจริงรวมไม่เกินเพดาน และเวลาเลิกงานกับเวลาเข้างานวันถัดไปเว้นช่วงให้พนักงานพักผ่อนเพียงพอ
วันหยุดและวันลา
- วันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ และห่างกันไม่เกิน 6 วัน ร้านที่เปิดทุกวันจึงต้องจัดวันหยุดหมุนเวียนให้พนักงานแต่ละคน
- วันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปีโดยได้รับค่าจ้าง รวมวันแรงงานแห่งชาติแล้ว ร้านอาหารมักเปิดขายวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทำได้ แต่ต้องจ่ายค่าทำงานวันหยุดเพิ่มหรือจัดวันหยุดชดเชยให้
- ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิลาพักร้อนไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี และมีสิทธิลาป่วยได้ตามจริงโดยได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
โอทีและการทำงานวันหยุด
- การให้ทำงานล่วงเวลาต้องได้รับ ความยินยอมจากลูกจ้าง เป็นหลัก บังคับฝ่ายเดียวไม่ได้
- อัตราขั้นต่ำ: โอทีวันทำงานปกติ 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง ทำงานในวันหยุด 2 เท่า (กรณีลูกจ้างรายวันที่ไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว) และโอทีในวันหยุด 3 เท่า
- ชั่วโมงล่วงเวลาและทำงานวันหยุดรวมกันต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- ร้านที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ติดประกาศให้พนักงานเห็น ระบุเวลาทำงาน วันหยุด วินัย และการจ่ายค่าจ้างให้ชัด
ตัวเลขเหล่านี้คือขั้นต่ำตามกฎหมาย ร้านให้ดีกว่านี้ได้เสมอ และในตลาดแรงงานร้านอาหารที่หมุนเวียนสูง สวัสดิการที่ดีกว่าขั้นต่ำมักถูกกว่าต้นทุนการรับคนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก
Service Charge กับค่าจ้าง: อย่านำมาปนกัน
ร้านที่เก็บ Service Charge 10% แล้วนำมาแบ่งให้พนักงานทุกเดือน ควรเข้าใจสถานะทางกฎหมายของเงินก้อนนี้ให้ตรง ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแรงงาน เงินที่เก็บจากลูกค้าแล้วส่งผ่านให้พนักงานไม่ถือเป็น "ค่าจ้าง" ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ผลคือใช้นับรวมให้ถึงค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ ค่าแรงจริงที่ร้านจ่ายต้องถึงขั้นต่ำด้วยตัวเองก่อน ส่วนแบ่ง Service Charge เป็นรายได้เสริมต่างหาก และการแบ่งให้พนักงานเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกับข้อตกลงภายในร้าน ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมาย รายละเอียดทั้งเรื่องเพดาน การแจ้งลูกค้า และวิธีออกแบบระบบแบ่ง อ่านได้ในคู่มือ Service Charge ฉบับเจ้าของร้าน
จ้างพนักงานครัวต่างชาติให้ถูกกฎหมาย
ครัวร้านอาหารไทยจำนวนมากพึ่งแรงงานจากเมียนมา กัมพูชา และลาว การจ้างทำได้ถูกกฎหมาย แต่มีเงื่อนไขชัดเจน
- แรงงานต่างชาติต้องมี ใบอนุญาตทำงาน และทำงานตรงกับนายจ้างและประเภทงานที่ระบุไว้ งานครัวและงานเสิร์ฟไม่อยู่ในบัญชีงานห้ามเด็ดขาดของแรงงานต่างชาติ จึงจ้างได้เมื่อเอกสารครบ (สรุปบัญชีอาชีพสงวนและเงื่อนไข)
- ช่องทางหลักของแรงงานกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านคือระบบ MOU ระหว่างรัฐ ซึ่งนำเข้าแรงงานพร้อมเอกสารครบตั้งแต่ต้น หรือจ้างแรงงานที่ถือบัตรและใบอนุญาตที่ยังมีอายุอยู่แล้วโดยทำเรื่องเปลี่ยนนายจ้างให้ถูกขั้นตอน
- โทษของการจ้างแรงงานต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาต: ปรับ 10,000-100,000 บาทต่อแรงงานหนึ่งคน และหากทำผิดซ้ำมีโทษอาญาถึงจำคุกพร้อมห้ามจ้างแรงงานต่างชาติอีก 3 ปี
- เก็บสำเนาใบอนุญาตทำงานและเอกสารประจำตัวของพนักงานต่างชาติไว้ที่ร้านเสมอ เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าตรวจสถานประกอบการได้
แรงงานต่างชาติที่จ้างถูกกฎหมายได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเหมือนแรงงานไทยทุกข้อ ทั้งค่าแรงขั้นต่ำ ชั่วโมงทำงาน และประกันสังคม
พาร์ตไทม์และนักศึกษา: จ้างได้ แต่มีเงื่อนไขเรื่องอายุและเวลา
พนักงานพาร์ตไทม์คือคำตอบยอดนิยมของร้านอาหารช่วงพีค และนักเรียนนักศึกษาคือกลุ่มใหญ่ที่สุดของตลาดนี้ ข้อกฎหมายที่ต้องจำ
- ห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีโดยเด็ดขาด
- จ้างผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ถึง 18 ปีได้ แต่ ห้ามให้ทำงานช่วง 22.00-06.00 น. เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานย้ำไว้ ร้านที่ปิดเที่ยงคืนจึงต้องออกแบบกะของน้องอายุไม่ถึง 18 ให้เลิกก่อน 4 ทุ่มเสมอ และห้ามให้ลูกจ้างเด็กทำงานในสถานที่ที่กฎหมายกำหนดห้าม เช่น สถานบริการ
- ค่าจ้างพาร์ตไทม์คิดเป็นรายชั่วโมงได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำรายวันหารด้วย 8 และสถานะลูกจ้างทำให้ได้รับความคุ้มครองเรื่องเวลาพัก วันหยุด และประกันสังคมตามปกติ
- ตกลงขอบเขตงาน เวลาเข้าออก และวิธีแจ้งสลับกะกันเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันแรก ปัญหาส่วนใหญ่ของการจ้างนักศึกษาไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องตารางสอบกับตารางกะชนกัน
รับพนักงานใหม่เข้าร้าน: เอกสารและการอบรมที่ห้ามข้าม
ระบบรับพนักงานใหม่ของร้านอาหารไม่ต้องซับซ้อน แต่ควรมีครบ 4 อย่างนี้
- สัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุตำแหน่ง ค่าจ้าง วันจ่าย เวลาทำงาน วันหยุด และเงื่อนไขทดลองงาน กฎหมายไม่บังคับให้ทำเป็นหนังสือ แต่สัญญาที่ชัดเจนตัดข้อพิพาทได้เกือบทั้งหมด
- เอกสารขึ้นทะเบียน สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และบัญชีธนาคาร เพื่อขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน ร้านที่มีลูกจ้างครบ 10 คนต้องมีทะเบียนลูกจ้างและข้อบังคับการทำงานตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
- การอบรมผู้สัมผัสอาหาร กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารทุกคน ทั้งคนครัว คนเสิร์ฟ และคนล้างจาน ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมอนามัยรับรอง และแสดงหลักฐานไว้ที่ร้าน รายละเอียดหลักสูตรและวิธีสมัครอ่านได้ในคู่มือมาตรฐานสุขาภิบาลและการอบรมผู้สัมผัสอาหาร
- คู่มืองานประจำตำแหน่งสั้น ๆ หนึ่งหน้าต่อตำแหน่งก็พอ เปิดร้านต้องทำอะไรบ้าง ปิดร้านต้องเช็กอะไรบ้าง มาตรฐานการรับจองและรับลูกค้าเป็นอย่างไร ร้านที่เขียนสิ่งเหล่านี้ไว้ ฝึกพนักงานใหม่ได้เร็วกว่าและมาตรฐานไม่แกว่งตามคนที่ลาออก
จัดกะงานจากยอดจองจริง ไม่ใช่จากความรู้สึก
ต้นทุนแรงงานคือต้นทุนก้อนใหญ่อันดับต้นของร้านอาหาร และจุดที่เงินรั่วบ่อยที่สุดคือการจัดกะไม่ตรงกับความต้องการจริง เย็นวันพฤหัสที่เงียบแต่ลงพนักงานเต็มทีม กับคืนเสาร์ที่โต๊ะเต็มแต่คนไม่พอจนต้องจ่ายโอที 1.5 เท่า ทั้งสองแบบคือเงินที่หายไปโดยไม่จำเป็น
วิธีแก้ที่ตรงจุดคือจัดตารางกะจากข้อมูลที่เห็นล่วงหน้า ร้านที่รับจองออนไลน์จะเห็นยอดจองของสัปดาห์หน้าในปฏิทินเดียว รู้ก่อนว่าคืนไหนมีกรุ๊ปใหญ่ คืนไหนโต๊ะยังว่างครึ่งร้าน แล้วลงกำลังคนตามนั้น คืนที่จองแน่นเรียกพาร์ตไทม์เสริมล่วงหน้าแทนการจ่ายโอทีหน้างาน คืนที่เงียบลดทีมลงแล้วใช้งบไปกับโปรโมชันดึงลูกค้าแทน ViteUneTable มีแผนฟรีที่รับจองได้ไม่จำกัดและไม่เก็บค่าคอมมิชชันต่อการจอง ร้านจึงเริ่มเก็บข้อมูลยอดจองมาใช้วางแผนกะงานได้โดยไม่มีต้นทุนเพิ่มแม้แต่บาทเดียว
กฎหมายแรงงานกำหนดเพดานและขั้นต่ำไว้ให้แล้ว หน้าที่ของผู้ประกอบการคือบริหารภายในกรอบนั้นให้คุ้มที่สุด ร้านที่จ้างถูกกฎหมาย จ่ายตรงเวลา และจัดกะอย่างเป็นธรรม ได้เปรียบทั้งตอนหาพนักงานใหม่และตอนรักษาคนเก่งไว้กับร้าน
คำถามที่พบบ่อย
ร้านเล็กมีพนักงานแค่คนเดียว ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมไหม
ต้อง นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มจ้าง ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดร้าน และครอบคลุมทั้งพนักงานรายเดือน รายวัน และพาร์ตไทม์ที่เป็นลูกจ้างของร้าน
บังคับพนักงานทำโอทีได้ไหม
โดยหลักไม่ได้ การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ โดยชั่วโมงล่วงเวลารวมกับทำงานวันหยุดต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
Service Charge ที่แบ่งให้พนักงาน นับรวมเป็นค่าแรงขั้นต่ำได้ไหม
ไม่ได้ ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา Service Charge ที่เก็บจากลูกค้าแล้วส่งผ่านให้พนักงานไม่ถือเป็นค่าจ้าง ค่าแรงที่ร้านจ่ายเองต้องถึงค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดก่อน ส่วนแบ่ง Service Charge เป็นรายได้เสริมต่างหากจากค่าจ้าง
จ้างนักศึกษาอายุ 17 ปีทำงานถึงปิดร้านเที่ยงคืนได้ไหม
ไม่ได้ กฎหมายห้ามให้ลูกจ้างอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานช่วง 22.00-06.00 น. เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กะของพนักงานกลุ่มนี้จึงต้องจบก่อน 4 ทุ่ม
ค่าแรงขั้นต่ำตอนนี้ใช้ฉบับไหน และจังหวัดไหนอยู่ที่ 400 บาท
ฉบับที่ใช้บังคับคือประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2025 อัตรา 400 บาทต่อวันครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และอำเภอเกาะสมุย ส่วนอัตราต่ำสุดอยู่ที่ 337 บาทในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดอื่นให้ตรวจสอบจากตารางแนบท้ายประกาศโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม
บริหารลูกค้า Walk-in ให้ดี โดยไม่เสียลูกค้าที่จองล่วงหน้า
ร้านอาหารไทยคือประเทศของ walk-in แต่คืนที่โต๊ะจองนั่งว่างในขณะที่ลูกค้าหน้าร้านยืนรอ คือคืนที่ทุกฝ่ายไม่พอใจ บทความนี้รวมกติกาถือโต๊ะ สัดส่วนโต๊ะ และสคริปต์หน้างานที่ใช้ได้จริง
จัดการคิวหน้าร้านช่วงพีคอย่างไรให้ลูกค้าไม่หนี: วิธีรับมือคิวร้านอาหารฉบับใช้ได้จริง
คิวยาวคือข่าวดี แต่คิวที่จัดการไม่ดีคือลูกค้าที่เดินหนีไปร้านข้าง ๆ บทความนี้รวมวิธีบอกเวลารอ จิตวิทยาการรอ กติกา walk-in กับการจอง และการเปลี่ยนคิวที่ล้นให้เป็นการจองวันถัดไป
เทศกาลกินเจ: โอกาสยอดขายที่ร้านอาหารทั่วไปมักปล่อยผ่าน
ร้านอาหารทั่วไปไม่ต้องกลายเป็นร้านเจเพื่อขายช่วงกินเจ แค่มีเมนูเจจริงจัง 3 ถึง 5 อย่าง ติดป้ายอย่างซื่อสัตย์ และโปรโมตให้ทันเวลา 9 วันนี้ก็เปลี่ยนเป็นยอดขายได้