LINE OA ร้านอาหาร: คู่มือทำการตลาด broadcast สะสมแต้ม และดึงลูกค้ากลับมา
การหาลูกค้าใหม่หนึ่งคนมีต้นทุนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่าโฆษณา ส่วนลดเปิดตัว หรือค่าคอมมิชชันให้แพลตฟอร์ม แต่ลูกค้าที่เคยมากินแล้วประทับใจคือกลุ่มที่ชวนกลับมาได้ถูกที่สุด และสำหรับร้านอาหารไทย เครื่องมือที่เหมาะกับงานนี้ที่สุดก็เปิดอยู่ในมือถือลูกค้าทั้งวันอยู่แล้ว นั่นคือ LINE
บทความนี้คือคู่มือใช้ LINE OA เป็น "เครื่องมือดึงลูกค้ากลับมา" โดยเฉพาะ ตั้งแต่การเพิ่มจำนวนเพื่อน ราคาแพ็กเกจจริงจากหน้าเว็บของ LINE เทคนิค broadcast ที่ไม่ทำให้โดนบล็อก การใช้ Rich Menu คูปอง และบัตรสะสมแต้ม ไปจนถึงการวัดผล ส่วนการ "รับจองโต๊ะ" ผ่าน LINE ซึ่งเป็นงานคนละแบบ เราแยกไว้อีกบทความ: วิธีรับจองโต๊ะผ่าน LINE OA ให้เป็นระบบ
ทำไม LINE OA จึงเป็นเครื่องมือดึงลูกค้ากลับมาที่ดีที่สุดของร้านอาหารไทย
ลองเทียบกับช่องทางอื่นที่ร้านใช้กันอยู่:
- โพสต์ Facebook หรือ Instagram เข้าถึงผู้ติดตามเพียงบางส่วน อัลกอริทึมเป็นคนตัดสินว่าใครเห็นโพสต์ของคุณ
- แอปเดลิเวอรี่ ลูกค้าเป็น "ลูกค้าของแพลตฟอร์ม" ไม่ใช่ของร้าน คุณไม่มีช่องทางติดต่อกลับโดยตรง
- broadcast ใน LINE OA ส่งตรงเข้าห้องแชทของทุกคนที่กดเพิ่มเพื่อน พร้อมการแจ้งเตือนบนหน้าจอ
รายชื่อเพื่อนใน LINE OA จึงเป็นสินทรัพย์ของร้านจริง ๆ ลูกค้าเลือกกดเพิ่มเพื่อนเอง และคุณติดต่อเขาได้ตรง ๆ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาซ้ำทุกครั้ง หลักการเดียวกับที่เราอธิบายไว้ในเรื่องการทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ: รายได้ที่มั่นคงของร้านมาจากลูกค้าประจำ ไม่ใช่ลูกค้าขาจรที่ต้องซื้อใหม่ทุกเดือน
จุดเชื่อมสำคัญที่หลายร้านมองข้าม: ช่วงเวลาที่ลูกค้า "เพิ่งจองโต๊ะสำเร็จ" หรือ "เพิ่งกินเสร็จอย่างประทับใจ" คือจังหวะที่เขายินดีกดเพิ่มเพื่อนมากที่สุด ร้านที่มีระบบจองโต๊ะออนไลน์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชันอยู่แล้วจึงได้เปรียบ เพราะหน้ายืนยันการจองและอีเมลยืนยันคือพื้นที่ชวนเพิ่มเพื่อนที่ลูกค้าเห็นแน่นอน
ขั้นแรก: เพิ่มจำนวนเพื่อนให้ได้ก่อน เพราะ broadcast ที่ดีแค่ไหนก็ไร้ค่าถ้าไม่มีคนรับ
ร้านจำนวนมากเปิด LINE OA แล้วปล่อยให้มีเพื่อนอยู่หลักสิบ จุดที่ควรวางช่องทางเพิ่มเพื่อนมี 4 จุดหลัก เรียงตามความคุ้มค่า:
1. QR Code บนโต๊ะอาหาร
ลูกค้านั่งรออาหารคือช่วงที่ว่างที่สุดของมื้อ วางป้าย QR Code เล็ก ๆ บนโต๊ะพร้อมเหตุผลที่ชัดเจนว่าเพิ่มเพื่อนแล้วได้อะไร เช่น "เพิ่มเพื่อนรับคูปองของหวานฟรีมื้อหน้า" ข้อความที่บอกประโยชน์ชัดทำงานดีกว่าคำว่า "ติดตามข่าวสาร" เสมอ
2. สอดบิลหรือแนบท้ายใบเสร็จ
จังหวะจ่ายเงินคือจังหวะตัดสินใจว่าจะกลับมาอีกไหม การ์ดใบเล็กในแฟ้มบิลที่เขียนว่า "มื้อหน้าลด 10% แค่เพิ่มเพื่อน" เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นเพื่อนใน LINE ได้ในสิบวินาที และพนักงานเสิร์ฟพูดเสริมได้หนึ่งประโยคตอนวางบิล
3. จังหวะยืนยันการจอง
ลูกค้าที่จองโต๊ะล่วงหน้าคือลูกค้าที่ตั้งใจมาอยู่แล้ว ใส่ลิงก์เพิ่มเพื่อน LINE OA ไว้ในหน้ายืนยันการจองหรืออีเมลยืนยัน พร้อมเหตุผลสั้น ๆ เช่น แจ้งโปรโมชันเฉพาะเพื่อน กลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นลูกค้าประจำสูงที่สุด
4. ช่องทางออนไลน์เดิมของร้าน
ปุ่มเพิ่มเพื่อนบนหน้า Facebook, Instagram bio และ Google Business Profile ของร้าน ใช้เครื่องมือสร้างลิงก์และ QR Code ที่มีให้ฟรีใน LINE OA Manager ได้ทันที
กติกาข้อเดียวที่ต้องถือให้มั่น: ให้ลูกค้าเลือกเพิ่มเพื่อนเองเสมอ อย่าเอาเบอร์โทรจากข้อมูลการจองไปตามหาตัวลูกค้าใน LINE เด็ดขาด ประเด็นนี้เกี่ยวกับ PDPA โดยตรง ซึ่งเราจะพูดถึงด้านล่าง
ราคาแพ็กเกจ LINE OA: ฟรีแค่ไหน และเริ่มจ่ายเมื่อไหร่
ข้อมูลจากหน้าฟีเจอร์ broadcast ของ LINE for Business ประเทศไทย ณ ตุลาคม 2026 แพ็กเกจรายเดือนมี 3 ระดับ:
| แพ็กเกจ | ราคาต่อเดือน (ไม่รวม VAT 7%) | โควตาข้อความ | ค่าข้อความส่วนเกิน |
|---|---|---|---|
| Free | 0 บาท | 300 ข้อความ | ส่งเกินไม่ได้ |
| Basic | 1,280 บาท | 15,000 ข้อความ | 0.1 บาทต่อข้อความ |
| Pro | 1,780 บาท | 35,000 ข้อความ | 0.06 บาทต่อข้อความ |
จุดที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือวิธีนับข้อความ: การ broadcast หนึ่งครั้งไปหาเพื่อน 1,000 คน ใช้โควตา 1,000 ข้อความ ไม่ใช่ 1 ข้อความ แพ็กเกจ Free ที่ให้ 300 ข้อความต่อเดือนจึงหมายความว่า ถ้าร้านมีเพื่อน 300 คน คุณ broadcast ได้เดือนละครั้งเดียวเท่านั้น และถ้าเพื่อนเกิน 300 คนเมื่อไหร่ การ broadcast หาทุกคนพร้อมกันจะทำไม่ได้เลยบนแพ็กเกจฟรี
ข่าวดีคือฟีเจอร์ที่เหลือแทบทั้งหมดไม่กินโควตานี้: ข้อความตอบกลับในแชท 1:1, ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ, Rich Menu, คูปอง และบัตรสะสมแต้ม ใช้ได้ฟรีไม่จำกัด ร้านเล็กที่เพื่อนยังไม่ถึงหลักร้อยจึงอยู่บนแพ็กเกจฟรีได้สบาย ส่วนร้านที่ฐานเพื่อนโตแล้ว ค่าแพ็กเกจ Basic เดือนละ 1,280 บาทมักถูกกว่าค่าโฆษณาที่ให้ผลใกล้เคียงกันมาก เทียบกับช่องทางโปรโมตอื่น ๆ ได้ในเรื่องการโปรโมตร้านอาหารด้วยงบจำกัด
เทคนิค broadcast ที่ไม่ทำให้โดนบล็อก
ทุกครั้งที่ลูกค้ากดบล็อก คุณเสียช่องทางติดต่อเขาไปถาวร กฎพื้นฐานมี 4 ข้อ:
- ความถี่: 2 ถึง 4 ครั้งต่อเดือนพอ ร้านอาหารไม่ใช่สำนักข่าว การส่งทุกวันคือสูตรโดนบล็อกที่เร็วที่สุด ส่งเฉพาะเมื่อมีของจริงจะบอก
- ทุกข้อความต้องมีประโยชน์ฝั่งลูกค้า คูปองส่วนลด เมนูใหม่พร้อมรูปที่น่ากิน แจ้งวันหยุดพิเศษ เปิดจองเทศกาลล่วงหน้า ถ้าข้อความไหนตอบคำถาม "ลูกค้าได้อะไร" ไม่ได้ อย่าส่ง
- เลือกเวลาส่งให้ตรงจังหวะหิว ช่วงสาย ๆ ก่อนมื้อเที่ยง หรือบ่ายแก่ ๆ ก่อนมื้อเย็น คือช่วงที่ข้อความเรื่องอาหารถูกเปิดอ่านแล้วนำไปสู่การตัดสินใจได้จริง
- แบ่งกลุ่มผู้รับเมื่อฐานเพื่อนโตพอ LINE OA มีฟีเจอร์ targeting ให้เลือกส่งเฉพาะกลุ่มแทนการหว่านหาทุกคน โดยกลุ่มเป้าหมายต้องมีอย่างน้อย 100 คนขึ้นไป (LINE for Business) เช่น ส่งโปรมื้อกลางวันเฉพาะกลุ่มที่เคยกดรับคูปองมื้อกลางวัน การแบ่งกลุ่มยังช่วยประหยัดโควตาข้อความโดยตรง เพราะจ่ายตามจำนวนผู้รับ
ประโยคแรกของ broadcast สำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นข้อความที่เด้งขึ้นบนหน้าจอล็อกของลูกค้า เขียนให้เห็นประโยชน์ทันที เช่น "คูปองลด 15% เฉพาะศุกร์นี้" ดีกว่า "สวัสดีจากร้านเรา"
Rich Menu: หน้าร้านถาวรที่ไม่กินโควตาข้อความ
Rich Menu คือเมนูภาพขนาดใหญ่ที่ปรากฏทุกครั้งที่ลูกค้าเปิดห้องแชทของร้าน มันคือป้ายหน้าร้านดิจิทัลที่ลูกค้าเห็นบ่อยกว่าเว็บไซต์ของร้านเสียอีก และใช้ได้ฟรีทุกแพ็กเกจ โครงที่ใช้ได้จริงสำหรับร้านอาหารคือแบ่งเป็น 4 ถึง 6 ช่อง:
- เมนูอาหาร ลิงก์ไปรูปเมนูหรือหน้าเมนูออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยที่สุดในแชทจะหายไปทันที
- จองโต๊ะ ปุ่มที่ควรเปิดหน้าจองออนไลน์จริง ไม่ใช่ส่งข้อความเข้าแชทให้แอดมินมาตามต่อ วิธีตั้งค่าอย่างละเอียดอยู่ในบทความเรื่องรับจองผ่าน LINE OA ที่ลิงก์ไว้ตอนต้น
- โปรโมชันเดือนนี้ อัปเดตภาพและลิงก์ทุกต้นเดือน ลูกค้าที่เปิดแชทมาดูเองคือการเข้าถึงที่ไม่เสียโควตาข้อความแม้แต่บาทเดียว
- เส้นทางร้าน ลิงก์ไปหมุด Google Maps ของร้าน
- บัตรสะสมแต้ม ลิงก์ไปหน้าสะสมแต้มของร้าน
- ติดต่อสอบถาม ปุ่มเดียวที่ตั้งค่าให้เปิดแชท สำหรับคำถามที่เมนูอื่นตอบไม่ได้
พูดตรง ๆ ในจุดนี้: ViteUneTable ไม่ได้ส่งข้อความผ่าน LINE ให้ลูกค้า สิ่งที่ระบบให้คือหน้าจองออนไลน์ของร้านที่เอาไปวางไว้หลังปุ่ม "จองโต๊ะ" ใน Rich Menu ได้ทันที แผนฟรีรับจองได้ไม่จำกัด ไม่มีค่าคอมมิชชัน ไม่ผูกมัด ส่วนอีเมลยืนยันและแจ้งเตือนอัตโนมัติอยู่ในแพ็กสแตนดาร์ด €29 ไม่รวม VAT ต่อเดือน ประมาณ 1,100 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนต้นเดือนตุลาคม 2026 ผลที่ได้คือการตลาดอยู่ใน LINE ส่วนการจองทุกช่องทางไหลรวมเข้าปฏิทินเดียวกัน
คูปองและบัตรสะสมแต้ม: เครื่องมือดึงกลับมาซ้ำที่อยู่ในตัว LINE OA อยู่แล้ว
สองฟีเจอร์นี้ใช้ได้ฟรีทุกแพ็กเกจ และเป็นหัวใจของการเปลี่ยน "คนเคยมากิน" ให้เป็น "ลูกค้าประจำ"
คูปอง สร้างได้จาก LINE OA Manager กำหนดเงื่อนไข ระยะเวลา และจำนวนสิทธิ์ได้ แล้วแจกได้สามทาง: แนบไป broadcast ใส่ไว้ใน Rich Menu หรือแชร์เป็นลิงก์ ระบบรายงานให้เห็นทั้งจำนวนคนที่กดรับคูปองและจำนวนที่ใช้จริงหน้าร้าน ตัวเลขสองตัวนี้คือเครื่องวัดว่าข้อเสนอของคุณน่าสนใจจริงหรือไม่
บัตรสะสมแต้ม (Reward Card) คือบัตรสะสมแต้มดิจิทัลแทนบัตรกระดาษที่ลูกค้าทำหายเสมอ ตั้งค่าได้ว่าสะสมกี่แต้มแลกรางวัลอะไร สูงสุด 50 แต้มต่อใบ กำหนดวันหมดอายุ ให้แต้มโบนัสตอนเปิดบัตรใบแรกได้ และแจกผ่าน Rich Menu ลิงก์ หรือ QR Code ที่พิมพ์วางหน้าเคาน์เตอร์ ลูกค้าสะสมแต้มด้วยการสแกน QR Code ของร้านหลังจ่ายเงิน ข้อควรรู้จากประกาศของ LINE เอง: ตั้งแต่กลางปี 2024 ลูกค้าต้องเป็นเพื่อนกับบัญชีร้านก่อนจึงจะกดรับแต้มและแลกรางวัลได้ (LINE for Business, มิถุนายน 2024) ซึ่งกลายเป็นข้อดีของร้านไปในตัว เพราะทุกคนที่สะสมแต้มคือเพื่อนที่คุณ broadcast หาได้

สูตรเริ่มต้นที่เรียบง่ายและได้ผลสำหรับร้านอาหารทั่วไป: มา 5 ครั้งรับของหวานหรือเครื่องดื่มฟรี 1 ที่ รางวัลต้นทุนต่ำแต่มูลค่าในสายตาลูกค้าสูง และรอบ 5 ครั้งสั้นพอให้ลูกค้าเห็นเส้นชัย
มุม PDPA: broadcast คือการตลาด ต้องมีทางออกที่ง่ายให้ลูกค้าเสมอ
ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งบังคับใช้กับร้านทุกขนาด และการบังคับใช้เป็นเรื่องจริงแล้ว โทษปรับคดีแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 สูงถึง 7 ล้านบาท (DLA Piper) สำหรับการตลาดผ่าน LINE OA หลักปฏิบัติสรุปได้สั้น ๆ:
- ลูกค้าที่กดเพิ่มเพื่อนเอง เลือกรับข่าวสารจากร้านด้วยตัวเขาเอง และมีปุ่มบล็อกเป็นทางออกที่กดได้ทุกเมื่อ นี่คือรูปแบบความยินยอมที่ถอนง่ายที่สุดแบบหนึ่ง จึงควรให้การเพิ่มเพื่อนเกิดจากการตัดสินใจของลูกค้าเสมอ
- ห้ามเอาข้อมูลจากการจองไปใช้การตลาดโดยพลการ ชื่อและเบอร์โทรที่ลูกค้าให้ตอนจองโต๊ะ เก็บและใช้ได้ตามฐานสัญญาเพื่อจัดการการจองเท่านั้น การส่งโปรโมชันไปที่เบอร์นั้นหรือใช้ตามหาตัวใน LINE ต้องมีความยินยอมแยกต่างหาก วิธีที่ถูกคือใส่ช่องให้ติ๊กเลือกรับข่าวสารตอนจอง
- บอกให้ชัดว่าเพิ่มเพื่อนแล้วจะได้รับอะไร ป้ายชวนเพิ่มเพื่อนที่เขียนว่า "รับคูปองและโปรโมชันรายเดือน" ยุติธรรมกับลูกค้ากว่า และลดการบล็อกเพราะผิดคาด
จุดแข็งเชิงโครงสร้างของ LINE OA คือการเลิกรับข่าวสารทำได้ในคลิกเดียวฝั่งลูกค้า ร้านไม่ต้องสร้างระบบ opt-out เอง แค่อย่าทำพฤติกรรมที่ผลักให้ลูกค้าอยากกดปุ่มนั้น
วัดผลอย่างไรว่าการตลาดบน LINE OA ได้ผลจริง
LINE OA Manager มีหน้าสถิติให้ฟรี ตัวเลขที่ควรดูประจำมี 4 ตัว:
- จำนวนเพื่อนที่เพิ่มขึ้นต่อเดือน วัดว่าจุดชวนเพิ่มเพื่อนหน้าร้านทำงานหรือไม่ ถ้าเดือนไหนนิ่ง ให้กลับไปดูว่า QR Code บนโต๊ะยังอยู่ดีและพนักงานยังพูดชวนอยู่ไหม
- ยอดบล็อกหลังแต่ละ broadcast ตัวเลขนี้คือเสียงโหวตตรงที่สุด ถ้าข้อความไหนทำยอดบล็อกพุ่ง แปลว่าเนื้อหาหรือความถี่ผิด ให้ปรับก่อนส่งครั้งถัดไป
- อัตรากดรับและใช้คูปองจริง คูปองที่คนกดรับเยอะแต่ใช้จริงน้อย แปลว่าข้อเสนอน่าสนใจบนจอแต่ไม่คุ้มพอให้เดินทางมาร้าน ลองเพิ่มมูลค่าหรือลดเงื่อนไข
- จำนวนการจองที่มาจากปุ่มใน Rich Menu ถ้าหน้าจองของร้านแสดงสถิติการจองให้ดูได้ คุณจะเห็นเส้นทางครบวงจร: broadcast ออกไป ลูกค้ากดจอง แล้วมากินจริง
ความถี่ที่พอดีสำหรับร้านส่วนใหญ่คือดูตัวเลขเหล่านี้เดือนละครั้ง ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง แล้วปรับหนึ่งอย่างต่อเดือน เช่น เปลี่ยนข้อเสนอในคูปอง เปลี่ยนเวลา broadcast หรือสลับภาพใน Rich Menu
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ LINE OA ทำการตลาดร้านอาหารฟรีได้แค่ไหน
เปิดบัญชี Rich Menu คูปอง บัตรสะสมแต้ม ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และแชท 1:1 ใช้ฟรีทั้งหมด ส่วนที่มีโควตาคือ broadcast ซึ่งแพ็กเกจฟรีให้ 300 ข้อความต่อเดือน นับตามจำนวนผู้รับ ร้านที่มีเพื่อนไม่เกินราวสามร้อยคนจึงอยู่บนแพ็กเกจฟรีได้ เกินกว่านั้นแพ็กเกจ Basic อยู่ที่ 1,280 บาทต่อเดือนไม่รวม VAT (ข้อมูลจาก LINE for Business ณ ตุลาคม 2026)
ควร broadcast บ่อยแค่ไหนถึงไม่โดนบล็อก
สำหรับร้านอาหาร 2 ถึง 4 ครั้งต่อเดือนคือช่วงที่ปลอดภัย และทุกข้อความต้องมีประโยชน์ชัดเจนฝั่งลูกค้า เช่น คูปอง เมนูใหม่ หรือเปิดจองเทศกาล ให้ดูยอดบล็อกหลังส่งทุกครั้ง ถ้าพุ่งผิดปกติ แปลว่าต้องลดความถี่หรือเปลี่ยนเนื้อหา
บัตรสะสมแต้มใน LINE OA ต่างจากบัตรกระดาษอย่างไร
บัตรดิจิทัลไม่หาย ไม่ต้องพิมพ์ ตั้งค่าแต้ม รางวัล และวันหมดอายุได้เองสูงสุด 50 แต้มต่อใบ ลูกค้าสะสมด้วยการสแกน QR Code หลังจ่ายเงิน และตั้งแต่ปี 2024 ผู้ที่สะสมแต้มต้องเป็นเพื่อนกับบัญชีร้านก่อน ทุกแต้มที่แจกจึงแปลว่าฐานเพื่อนสำหรับ broadcast ของร้านโตขึ้นด้วย
ViteUneTable ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE ได้ไหม
ไม่ได้ ViteUneTable ไม่ส่งข้อความผ่าน LINE สิ่งที่ระบบให้คือหน้าจองออนไลน์ของร้านที่นำลิงก์ไปวางในปุ่ม Rich Menu ได้ทันที แผนฟรีรับจองไม่จำกัดและไม่มีค่าคอมมิชชัน ส่วนการยืนยันและแจ้งเตือนอัตโนมัติเป็นอีเมล ซึ่งอยู่ในแพ็กสแตนดาร์ด €29 ไม่รวม VAT ต่อเดือน
เอาเบอร์โทรลูกค้าที่เคยจองโต๊ะมาส่งโปรโมชันทาง LINE ได้ไหม
ไม่ควรทำโดยไม่มีความยินยอม ข้อมูลที่ได้มาเพื่อจัดการการจองใช้ได้ตามวัตถุประสงค์นั้นตาม PDPA แต่การตลาดทางตรงต้องมีความยินยอมแยกที่ลูกค้าถอนได้ง่าย ทางที่ปลอดภัยและได้ผลกว่าคือชวนให้ลูกค้ากดเพิ่มเพื่อน LINE OA เอง เพราะเขาเลือกเองและออกได้เองทุกเมื่อ
อ่านเพิ่มเติม
บริหารลูกค้า Walk-in ให้ดี โดยไม่เสียลูกค้าที่จองล่วงหน้า
ร้านอาหารไทยคือประเทศของ walk-in แต่คืนที่โต๊ะจองนั่งว่างในขณะที่ลูกค้าหน้าร้านยืนรอ คือคืนที่ทุกฝ่ายไม่พอใจ บทความนี้รวมกติกาถือโต๊ะ สัดส่วนโต๊ะ และสคริปต์หน้างานที่ใช้ได้จริง
จัดการคิวหน้าร้านช่วงพีคอย่างไรให้ลูกค้าไม่หนี: วิธีรับมือคิวร้านอาหารฉบับใช้ได้จริง
คิวยาวคือข่าวดี แต่คิวที่จัดการไม่ดีคือลูกค้าที่เดินหนีไปร้านข้าง ๆ บทความนี้รวมวิธีบอกเวลารอ จิตวิทยาการรอ กติกา walk-in กับการจอง และการเปลี่ยนคิวที่ล้นให้เป็นการจองวันถัดไป
เทศกาลกินเจ: โอกาสยอดขายที่ร้านอาหารทั่วไปมักปล่อยผ่าน
ร้านอาหารทั่วไปไม่ต้องกลายเป็นร้านเจเพื่อขายช่วงกินเจ แค่มีเมนูเจจริงจัง 3 ถึง 5 อย่าง ติดป้ายอย่างซื่อสัตย์ และโปรโมตให้ทันเวลา 9 วันนี้ก็เปลี่ยนเป็นยอดขายได้